วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

gpdit.msc

มีดังนี้
นอกจากเราจะจัดการใช้คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ได้ที่ Registry แล้วยังมีโปรแกรม gpedit.msc เป็นโปรแกรมเล็ก ๆ อยู่ในโฟลเดอร์ C:\WINDOWS\System32\gpedit.msc มีขนาด 35 KB ที่ใช้ในการกำหนดการใช้โปรแกรมต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น ๆ ได้

คุณลองเข้าไปดู แล้ว Double Click ที่ชื่อไฟล์ดังกล่าว...เข้าไป ก็จะได้หน้าต่าง Group Policy จากนั้นคงเกิดคำถามว่า...แล้วมันเป็นโปรแกรมอะไรละ ?

คำตอบก็คือ คลิกไปเมนู Help > About สรุปได้ว่าช่องทางที่จะเข้าไปจัดการอ๊อปเจ็ค ของ Group Policy เป็นข้อกำหนดการใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ

เรื่องนี้เข้าใจไม่ยาก คุณลองดูตัวอย่างการกำหนดการใช้งานโปรแกรมที่เคยเสนอไว้ คือ
http://www.expert2you.com/view_question2.php?q_id=8246

เรื่องที่อ้างนั้น เป็นการกำหนด"ปิดแถบโปรแกรมทั้งหมด" (All Programs) ไม่ให้ผู้ใช้เครื่องคลิกที่ Start > All Programs แต่ปัญหาของเรากลับไม่ใช้วิธีการตามบทความดังกล่าว ปัญหาอยู่ที่เราจะใช้อะไรได้บ้าง ทำอย่างไรซึ่งตัวโปรแกรม gpedit.msc ก็มีคำอธิบายไว้ที่ Properties โดยคลิกไปที่แท๊ป Explain ดูรูปที่ 3 ครับ แต่มันเป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยเป็นเรื่องยากสำหรับคุณและผม แต่ค่อยแกะเอา...ก็คงพอได้

ถึงตอนนี้คุณ ๆ คงพอก้อมแก้มเข้าใจแล้วนะครับ ลองดูทิปที่หยิบยืมมาจาก www.bcoms.net ข้างล่างนี้นะครับ
ซ่อนไอคอน
การติดตั้งหรือการถอดโปรแกรมออกบน Windows XP นั้นเป็นการกระทำผ่านไอคอน Add or Remove Program หากว่าคุณปิดหรือซ่อนไอคอนนี้เอาไว้ ก็จะทำให้ไม่มีใครสามารถติดตั้ง หรือถอดโปรแกรมออกไปจากเครื่องของคุณได้ การทำมีดังวิธีต่อไปนี้
1. คลิก Strat > Run
2. พิมพ์คำสั่ง gpedit.msc
3. คลิกปุ่ม OK จากนั้นจะปรากฎหน้าต่าง Group Polcy ขึ้นมา
4. เข้าไปที่ Administrative Templates\ Control Panel
5. คลิกลงบนโฟลเดอร์ Add/Remove Program
6. ดับเบิ้ลคลิกที่รายการ Add/Remove Program
7. จากนั้นให้คลิกเลือกปุ่ม Option ที่ Enabled
8. คลิกปุ่ม Apply แล้วคลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันสั่ง

ปิด My Computer

My Computer จะแสดงให้ให้ไดร์ฟต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ และสามารถเข้าไปเปิดใช้ข้อมูลในไดร์ฟต่าง ๆ เหล่านั้นได้ ถือว่าเป็นเครื่องมือหลักที่มีความสำคัญมากทีเดียว ในกรณีที่คุณใช้เครื่องหลายคน คุณอาจจะปิด My Computer นี้ไว้เป็นครั้งคราวเพื่อความปลอดภัย วิธีการทำมีดังต่อไปนี้
1. คลิก Strat > Run
2. พิมพ์คำสั่ง gpedit.msc
3. คลิกปุ่ม OK จากนั้นจะปรากฎหน้าต่าง Group Polcy ขึ้นมา
4. เข้าไปที่ Administrative Templates
5. คลิกลงบนโฟลเดอร์ Desktop
6. ดับเบิ้ลคลิกที่รายการ Remove My computer icon on the desktop
7. . จะปรากฎไดอะล๊อกบ๊อกซ์ Remove My computer icon on the desktop Properties ให้คลิกที่ Option Enabled
8. คลิกปุ่ม Apply แล้วคลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันสั่ง
ท่องอินเตอร์เน็ตให้เร็วขึ้น

การใช้งานอินตอร์เน็ตบางครั้งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับส่วนประกอบหลายด้านเราก็ พยายามหาหนทางปรับแต่งให้ถูกใจ และถูกเงิน วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ทำให้การท่องอินตอร์เน็ตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

1. คลิกที่ปุ่ม Start
2. เลือกที่แถบรายการ Run
3. ที่ช่อง Open พิมพ์คำว่า gpedit.msc แล้วคลิก OK
4. จะแสดงหน้าต่างของการปรับแต่ง Group Policy
5. ที่ Computer Configaration เลือกแถบ Administrative Templates
6. หัวข้อ Network เลือกที่ QoS Packet Scheduler
7. มองหน้าต่างด้านขวามือ ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwidth
8. จะปรากฎกรอบหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwidth Properties
9. เลือกแถบ Setting คลิกที่ช่อง Enable
10. ในช่อง bandwidth limit (%) : ปรับค่าเป็น 0
11. คลิก OK เพื่อยืนยันการใช้งาน

 สุดท้าย ถ้าผลเป็นอย่างไร กลับมาคุยให้ฟังบ้างนะครับ

สวัสดีครับ แล้วพบกันใหม่









แจ้งลบ แจ้งย้าย แนะนำเพื่อน

การปรับแต่ง registry ของ windows 2

การปรับแต่ง registry ของ windows 2
การปรับแต่งในส่วนต่างๆต่อไปนี้ต้องทำผ่านโปรแกรม Registry Editor เพื่อความรวดเร็วและไม่ต้องเสียเวลา
ในการเขียน script ขึ้นมาเองซึ่งเมื่อเราทำการปรับแต่เสร็จเรียบร้อยแล้วเราสามารถเห็นผลได้ในภายหลังที่เรา
ทำการ restart computer ขึ้นมาใหม่

เนื้อหาการปรับแต่ง

การปรับแต่ง registry เพื่อเพิ่มความเร็ว
การกู้คืนในส่วนที่เสียหายจาก malware
การปรับแ่ต่งส่วนต่างๆใน registry ที่น่าสนใจ



การปรับแต่ง registry เพื่อเพิ่มความเร็ว

HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\
Advanced

NoNetCrawling ปรับเป็น 1 เพื่อยกเลือกการทำงานของ NetCrawling

NetCrawling เป็นตัวที่จะค้นหา file, folder หรือเครื่องพิมพ์ในเครื่อข่ายโดยอัตโนมัติถ้าเกิว่าเราไม่ได้ใช้งาน
ระบบเครือข่ายมากนักเราก็ปิดการทำงนในส่วนนี้ไปซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วได้พอสมควร



HKEY_CURRENT_USER\Control Panel\Desktop

MenuShowDelay ปรับเป็น 0 เพื่อทำให้ค่าการหน่วงเวลาใน window เป็น 0 คือไม่มีการหน่วงเวลาใน
การเปิด Menu ต่างๆ (ยิ่งใส่น้อยก็ยิ่งเร็ว)



HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Session Manager\
Memory Management

DisablePagingExecutive ปรับให้เป็น 1 เพื่อให้ wndows ไม่ทำ Paging บน file ที่สำคัญเพื่อลดการ
โยกย้ายข้อมูลเข้าออก



HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Session Manager\
Memory Management\PrefetchParameters

EnablePrefetcher ปรับให้เป็น 4 เพื่อทำให้การ boot เครื่องเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว



HKEY_CURRENT_USER\Control Panel\Desktop

AutoEndTasks ปรับให้เป็น 1 ปิดการทำงานของโปรแกรมต่างๆโโยอัตโนมัติก่อนการ Shutdown



HKEY_CURRENT_USER\Control Panel\Desktop

HungAppTimeout ปรับให้เป็น 1 เพื่อให้ปิดการทำำงานของโปรแกรมที่มีปัญหาทันทีที่ Shutdown



HKEY_CURRENT_USER\Control Panel\Desktop

WaitToKillAppTimeout ปรับให้เป็น 1 เพื่อให้ shutdown ได้โดยไม่ต้องรอปิดค่า service ต่างๆที่
เหลืออยู่



การกู้คืนในส่วนที่เสียหายจาก malware

HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\
Explorer

NoViewOnDrive ตรงส่วนี้เป็นส่วนที่ lock การเข้าไปดู Drive ต่างๆถ้าเราล้างค่าตรงจุดนี้เราก็สามารถเข้าดู
Drive ต่างๆได้เหมือนเดิม (ถ้าจะ lock ก็ต้องใส่ค่าลงไปเช่น Drive A: = 1, C = 4, D=8, E = 16 เป็นต้น)



HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Run

ตัวนี้เป็น key ที่เราสามารถเข้าไปดูว่ามีโปรแกรมอะไรบ้างที่จะ Run ตอนเปิดเครื่องเข้ามาซึ่ง Malware ต่างๆ
นั้นชอบที่จะมาเขียน Key ในส่วนนี้ที่จะทำให้ตัวเองนั้นถูก Run ทุกๆครั้งที่มีการเปิดเครื่อง



HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\
System

DisableTaskmgr ปรับเป็น 0 เพื่อยกเลิกคำสั่งการปิดการทำงานของ Task Manager



HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\
System

DisableRegistryTools ปรับเป็น 1 ถ้าต้องการปิดการทำงานของ Registry Editor และปรับเป็น 0 ถ้าต้อง
การที่จะทำให้ใช้งานได้เหมือนเดิม



HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\
Explorer

NoFind ปรับเป็น 1 ถ้าต้องการซ่อนคำสั่งการค้นหาและปรับเป็น 1 ถ้าต้องการให้เป็นเหมือนเดิม



การปรับแ่ต่งส่วนต่างๆใน registry ที่น่าสนใจ

HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Session Manager\
Memory Managerment

PageFileAtShutdown ปรับเป็น 1 เพื่อให้ Window ลบ Pagefile เมื่อตอนที่เรา Shutdown



HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\
Explorer

ClearRencentDocsOnExit ปรับเป็น 1 เพื่อให้ Window นั้นทำการลบ Rencent Document
ออกไปทุกครั้งที่มีการ Shutdown



HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\
InternetSetting\Cache

Persistent ปรับเป็น 0 เพื่อที่ให้มีการลบ Temporary Internet File ทุกๆครั้งที่ออกจากระบบ



HKEY_USERS\.DEFAULT\Control Panel\Keyboard

InitialKeyboardIndicators แก้เป็น 2 เพื่อให้ keyboard เปิดปุ่ม NumLock ขึ้นมาทำงานเองทุกๆครั้ง
ที่เปิดเครื่อง

โชว์ Background แบบเต็มๆด้วยการซ่อน Desktop
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoDesktop ให้ Double Click ขึ้นมา แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1 หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อนหน้า Background Setting
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\System] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoDispBackgroundPage ให้ Double Click ขึ้นมา แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1 หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง




ซ่อนหน้า Appearance Setting
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\System] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoDispAppearancePage ให้ Double Click ขึ้นมา แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1 หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อนหน้า Display Setting
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\System] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoDispSettingsPage ให้ Double Click ขึ้นมา แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1 หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อนหน้า Screensaver Setting
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\System] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoDispScrSavPage ให้ Double Click ขึ้นมา แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1 หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อน Device Manager
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\System] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoDevMgrPage ให้ Double Click ขึ้นมา แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1 หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อน Drive ไม่ให้คนอื่นเห็น
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoDrives ให้ Double Click ขึ้นมา เลือกใส่ค่าแบบ Decimal แล้วใส่ค่า Value Data เป็นค่าตัวเลขตาม Drive ที่ต้องการให้ซ่อนดังนี้



หากต้องการซ่อนหลายไดรว์พร้อมกัน ก็นำค่าของแต่ละไดรว์มาบวกกัน เช่น ต้องการซ่อนไดรว์ A: D: และ F: ก็ใส่ค่าเท่ากับ 41 เป็นต้น หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก และ Restart เครื่อง

ซ่อนไอคอน Network Neighbourhood
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoNetHood ให้ Double Click ขึ้นมา แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1 หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

กันไว้ไม่ให้ใครมาเพิ่ม Printer
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoAddPrinter ให้ Double Click ขึ้นมา แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1 หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

กันไว้ไม่ให้ใครมาลบ Printer
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoDeletePrinter ให้ Double Click ขึ้นมา แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1 หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อน My Pictures ตรง Start Menu
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoSMMyPictures ให้ Double Click ขึ้นมา แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1 หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ลบลูกศรที่ Shortcut
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CLASSES_ROOT\lnkfile] คลิก Name ที่ชื่อว่า IsShortcut แล้วกดปุ่ม Delete เพื่อลบออกไป หรือ Double Click แล้วใส่ค่าเป็น No

แสดงไฟล์ Operating System ที่ซ่อนอยู่
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Explorer\Advanced] คลิกขวา เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า ShowSuperHidden ให้ Double Click ขึ้นมา แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1 หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

สรุป Command Line
คลิกขวาในพื้นที่ว่างๆบน Desktop ของคุณ หรือพื้นที่บริเวณว่างๆตรง Background ของคุณนั่นเอง และเลือกที่ New >> Shortcut ในช่อง Command line: ให้คุณเลือกข้อความจากด้านล่างนี้ไปใส่ตาม Shortcut ที่คุณต้องการจะสร้าง

C:\WINDOWS\RUNDLL32.EXE C:\WINDOWS\SYSTEM\USER.EXE,ExitWindows (สำหรับการสั่ง Shutdown)
C:\WINDOWS\RUNDLL32.EXE C:\WINDOWS\SYSTEM\SHELL32.DLL,SHExitWindowsEx 2 (สำหรับการสั่ง Restart)
C:\WINDOWS\RUNDLL32.EXE C:\WINDOWS\SYSTEM\SHELL32.DLL,SHExitWindowsEx 0 (สำหรับการสั่ง Logoff)

สำหรับ Win Xp
คลิกขาวบน Desktop เลือก New >> Shortcut จากนั้นพิมพ์

shutdown.exe -s -t 00 (สำหรับการสั่ง Shutdown)
shutdown.exe -r -t 00 (สำหรับการสั่ง Restart)
shutdown.exe -l -t 00 (สำหรับการสั่ง Logoff)

Shortcut เดียว เปิดหลายโปรแกรม
ให้เปิด Notepad ขึ้นมาค้างเอาไว้ก่อน ต่อจากนั้นไป Copy ส่วนของ Target ของ Shortcut แต่ละตัวเข้ามาไว้ใน Notepad นี้ โดยวิธีการเข้าไป Copy Target ก็คือ ให้คลิกขวาที่ Shortcut ของโปรแกรมที่ต้องการจะให้มีการเปิด แล้วเลือก Properties และที่หัวข้อ Shortcut ก็จะพบกับส่วนของ Target: ให้ทำการ Copy ข้อความในส่วนนี้มาทั้งหมด

เมื่อ Copy ได้เรียบร้อยแล้ว ให้กด Cancel ไป จากนั้นกลับมาที่ Notepad แล้วทำการวางข้อความ Target ที่ได้ Copy มาเอาไว้ใน Notepad

ข้อควรระวังในจุดนี้ก็คือ
1. เวลานำมาวางใน Notepad ต้องเว้นบรรทัดในแต่ละ Target ด้วย มิเช่นนั้นจะถือว่าผิด
2. ห้ามลบเครื่องหมายฟังหนู (") ออก ให้คุณใส่เอาไว้เช่นนั้น มิเช่นนั้นจะถือว่าผิด

จากนั้นเมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้ Save ข้อมูลต่างๆใน Notepad ตัวนี้เป็น Batch File ซึ่งวิธีการ Save เป็น Batch File ก็คือ ให้ Save ไฟล์นี้ให้มีนามสกุลเป็น .bat นั่นเอง โดยจะใช้ชื่อว่าอะไรก็ได้ สำหรับในตัวอย่างนี้ จะ Save เป็นไฟล์ชื่อว่า Test.bat โดยที่ระหว่าง Save ให้กำหนด Save as type: เป็น All Files (*.*) ด้วย มิเช่นนั้นชื่อไฟล์อาจจะมี .txt ต่อท้ายด้วย ก็จะทำให้ผิด และไฟล์ๆนี้สามารถ Save ไว้ที่ Directory ไหนภายในเครื่องก็ได้

วิธีการทำให้สามารถคลิก Mouse ขวาได้ใน Web Site ที่มีการป้องกัน
ซึ่งจะเป็นการปิด Active Scripting ไม่ให้ทำงานนั่นเอง แต่การปิด Active Scripting ควรปิดชั่วคราว ไม่ควรปิดไว้ตลอด เพราะว่าพวก Script ต่างๆในแต่ละ Web Site นั้น บาง Script ก็มีประโยชน์ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่บาง Script ก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่ความน่ารำคาญ เพราะว่าถ้าปิดไม่ให้พวก Script ที่มีประโยชน์ทำงานนั้น มันก็จะกลายเป็นเรื่องไม่ดีไป บางทีอาจจะใช้งานสิ่งต่างๆใน Web Site ของเขาไม่ได้ไปเลยก็มี

วิธีการปิด Active Scripting ทำได้โดยคลิกไปที่เมนู Tools >> Internet Options จากนั้นจะพบกับหน้าต่าง Internet Properties ซึ่งที่หน้าต่างนี้ ให้คลิกเลือกไปที่หัวข้อ Security และคลิกที่ Internet หนึ่งครั้ง และกดปุ่ม Custom Level. คราวนี้จะพบกับหน้าต่าง Security Settings เลื่อนลงมาที่ส่วนของ Scripting >> Active scripting และเลือกให้เป็น Disable แล้วกด OK และตอบ Yes ไปจนเสร็จ จำเป็นที่จะต้องกด Refresh หน้าเว็บนั้นๆด้วย และลองคลิก Mouse ขวาดู ก็จะเห็นว่าคราวนี้สามารถคลิกได้แล้ว

วิธี Download เพลง, หนังที่ปกติจะให้เปิดเล่นแบบ Online
วิธีการโหลดเพลงที่ปกติจะให้เล่นแบบ Online ผ่าน Real Player มาเก็บไว้ที่เครื่องเลยนั้น สามารถทำได้โดย เริ่มต้นให้คลิกขวาตรง Link ใน Web ที่เอาไฟล์สำหรับเปิดเพลงนั้นๆ เลือกไปที่ Save Target As... และรอสักครู่ ต่อจากนั้นก็จะมีหน้าต่าง Save As ปรากฏขึ้นมา ให้ทำการ Save (ในขั้นตอนนี้จะได้ไฟล์ที่ 1 ชื่อ music8569.ram) และเมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ Notepad เปิดเจ้าไฟล์ๆนี้ขึ้นมาทันที ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาด ภายในไฟล์จะต้องเป็น URL ซึ่งอาจจะมีหลายๆ URL ก็เป็นไปได้ (หากภายในไฟล์ไม่มี URL แสดงว่า Link ที่ทำการคลิกขวาในข้อ 1 นั้นยังไม่ได้เป็น Link สุดท้าย) จะเห็นว่าไฟล์ที่ได้ทำการ Save Target As... มาเก็บไว้ที่เครื่องในตอนแรกนั้น มันจะบรรจุ URL จริงๆของไฟล์เพลง และคราวนี้เมื่อทราบ URL จริงๆของไฟล์เพลงนั้นแล้ว ก็สามารถทำการ Download ได้ (จะใช้โปรแกรมช่วยดาวน์โหลดก็ได้)

วิธีการเพิ่มความเร็วให้กับ Start Menu
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Control Panel\Desktop] ต่อจากนั้นคลิกขวาที่ Folder ชื่อ Desktop นี้แล้วเลือก New >> String Value และให้เปลี่ยนชื่อเป็น MenuShowDelay เรียบร้อยแล้ว คลิกขวาแล้วเลือก Modify ที่ช่อง Value Data ให้คุณใส่เลข 1 ลงไป จากนั้นกด OK เรียบร้อยแล้ว Restart เครื่องใหม่

วิธีการสร้าง Control Panel ขึ้นมาเป็นของตัวเอง
เปิดหน้าต่าง Control Panel ปกติขึ้นมาค้างไว้ก่อน สร้าง Folder ขึ้นมาใหม่ โดยให้ไปที่ File >> New >> Folder และให้คลิกที่ Folder ที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ให้เปิดออกมา พร้อมกับเอาเจ้าหน้าต่าง Control Panel จริงๆที่เปิดเอาไว้มาวางใกล้ๆ จากนั้นให้ลากเครื่องมือที่ต้องการจากใน Control Panel จริงๆนั้นมาใส่และตอบ Yes ได้เลย ซึ่งตรงนี้อยากได้เครื่องมืออะไรก็สามารถลากเข้ามาได้เลย ซึ่งเครื่องมือต่างๆที่ได้ลากเข้ามานี้ จะมีข้อความนำหน้าชื่อว่า Shortcut to ซึ่งสามารถเปลี่ยนมันเป็นชื่ออะไรก็ได้

วิธีการทำ Start Menu ให้มี List ในแนวนอน
เรียก Regedit ขึ้นมา แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Explorer\Advanced] คลิกขวา เลือก New >> String Value แล้วตั้งชื่อว่า StartMenuScrollPrograms ให้ Double Click ขึ้นมาแล้วใส่ค่า Value Data เป็น False หากต้องการยกเลิก ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก

ท่านใดที่กลับมาใช้ Office97 แล้วมีปัญหากับ Access
สำหรับท่านใดที่เคยลง Office 2000 และรู้สึกคุ้นเคยหรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้ต้องการกลับมาติดตั้ง Office 97 แทน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ จะทำให้มีปัญหากับโปรแกรม Access 97 แน่นอน (แต่โปรแกรมอื่นๆสามารถใช้ได้ปกติ) คือจะมีข้อความว่า "Microsoft Access ไม่สามารถเริ่มต้นการทำงาน เนื่องจากไม่มีใบอนุญาต (License) สำหรับมันในเครื่องนี้"

วิธีแก้ไขให้ทำดังนี้ คือว่าให้ค้นหาไฟล์ที่ชื่อ hatten.ttf จากเครื่อง ซึ่งปกติไฟล์นี้จะอยู่ที่ C:\WINDOWS\FONTS นั่นเอง จากนั้นลบไฟล์นี้ทิ้ง ต่อจากนั้นให้ทำการติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office 97 ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง และเพื่อความแน่นอน ก็น่าจะ Restart เครื่องด้วย คราวนี้ก็จะสามารถกลับมาใช้ Access 97 ได้อย่างไม่มีปัญหาแล้ว

วิธีการลงทะเบียนชื่อ ใน IRC อย่างถาวร
ขั้นแรกให้ใช้ Pirch Login และทำการ Connect เข้ามาให้เรียบร้อยก่อน วิธีในการลงทะเบียนคือ ให้พิมพ์คำว่า /msg nickserv register E-Mail แต่ตอนลงทะเบียน คุณต้องใช้ชื่อที่เราต้องการลงทะเบียนก่อน ถ้าเกิดว่ายังเป็น Guest????? อยู่ ก็ให้ทำการเปลี่ยนชื่อก่อน โดยพิมพ์ว่า /nick และตามด้วยชื่อที่ต้องการ

จากในตัวอย่างนี้ ต้องการที่จะลงทะเบียนชื่อ TestRegister เอาไว้ โดยใช้ Password ว่า Test และ E-Mail คือ test@yahoo.com ก็ต้องเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น TestRegister ให้ได้ก่อน แล้วพิมพ์คำว่า /msg nickserv register test@yahoo.com และกด Enter ได้เลย และเมื่อทุกอย่างไม่มีอะไรผิดพลาด จะมีข้อความขึ้นมาว่า [NickServ] : The nickname TestRegister has now been registered to you. นั่นก็หมายความว่า ทำการจองชื่อ TestRegister เอาไว้ได้เรียบร้อยแล้ว

วิธีการต่อไปก็คือให้คุณทำการ Set Kill On โดยให้พิมพ์ว่า /msg nickserv set kill on จากนั้นกดปุ่ม Enter จะมีข้อความขึ้นมาว่า [NickServ] : Nickname Protection has been enabled for the nickname TestRegister ซึ่งก็หมายถึงว่า ชื่อของคุณนั้นถูกทำการ Protection เอาไว้เรียบร้อยแล้ว

วิธีในการยืนยันว่าชื่อเป็นของเรา เมื่อคุณเข้า IRC มาใหม่ หลังจากที่คุณทำการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว และทำการ Set Kill On แล้วด้วย หากคุณหรือใครๆใช้ชื่อหรือ Nickname ว่า TestRegister เข้า IRC มาในครั้งต่อไป จะมีข้อความขึ้นมาว่า

[NickServ] : This nickname is owned by someone else. Please choose another.
[NickServ] : If this is your nickname, please use /NickServ IDENTIFY
[NickServ] : You have 60 seconds to comply before your nickname is changed.

ก็คือว่า ต้องทำการยืนยันชื่อภายใน 60 seconds โดยพิมพ์ว่า /msg nickserv identify อย่างในตัวอย่างนี้ ก็ต้องพิมพ์คำว่า /msg nickserv identify ก็เพราะว่า Password คือ test นั่นเอง และเมื่อกด Enter ก็จะมีข้อความ [NickServ] : Password accepted for the nick TestRegister

ข้อแตกต่างของการตั้ง Set Kill On กับไม่ได้ Set
ถ้าไม่ได้ Set Kill On ไว้ เมื่อมีคนมาใช้ชื่อเรา เค้าก็จะใช้ชื่อเราได้จนกว่าเราจะมาทำการ Kill ชื่อ โดยการใส่คำสั่ง /ns ghost แต่ถ้าเรา Set Kill On ไว้ คนอื่นที่ใช้ชื่อของเรานั้น จะถูกเปลี่ยนชื่อภายใน 60 วินาที

สำหรับเทคนิคนี้ จะใช้กับ Server irc.webmaster.com ถ้าเป็น Microsoft irc.au.ac.th (server abac) ก็เปลี่ยนคำสั่งนิดหน่อย พิมพ์ว่า /msg nickserv register ไม่ต้องใส่ E-Mail แต่การยืนยันชื่อเหมือนกันกับ irc.webmaster.com เช่นเดิม

การแก้ปัญหาลืม Password ใน WinRoute
วิธีการแก้ไขก็คือ ให้คลิกขวาที่ Icon ของ WinRoute ตรงมุมขวาล่างของหน้าจอ และเลือกไปที่ Stop WinRoute Engine จากนั้นจะเห็นว่า Icon ของ WinRoute จะเปลี่ยนไปเป็นสถานะที่มีเครื่องหมายลบสีแดงทับอยู่ ต่อจากนั้นให้เปิด Regedit และไปที่ [HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Kerio\WinRoute\User\0] ซึ่งเมื่อพบแล้ว ให้ลบคีย์ 0 นี้ทิ้ง จากนั้นให้คลิกที่คีย์ User และไปที่เมนู Registry >> Export Registry File เพื่อทำการ Export เก็บเป็น Registry File เอาไว้

Msconfig

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้คือว่าในการทำงานนั้นหลายต่อหลายครั้งที่ผมไปแก้เครื่อง User ซึ่งก็จะมีทั้งเรื่องของไวรัสและตัวผู้ใช้เองลงโปรแกรมอะไรต่ออะไรมากมายซึ่งมีการโหลดขึ้นมาพร้อมๆกับ Windows ซึ่งทุกคนคงเข้าใจดีว่าที่ผมพูดถึงคือ Startup ซึ่งมีทั้งที่เรียกจาก Start => Programs => Startup และโปรแกรมที่มีการเรียกจากใน Registry ซึ่งเราสามารถที่จะดูได้โดยเรียกตัว Msconfig จาก Start => Run พิมพ์ Msconfig แ้ล้ว OK ทาง Tab Startup ด้านขวาสุด เราก็จะเห็นตัวโปรแกรมที่เรียกขึ้นมาพร้อมๆกับ Windows มากมาย ในส่วนนี้ผมคงไม่ลงลึกนะครับ เหมาเอาว่าทุกคนน่าจะรู้จักดีแล้ว
เรามาเข้าปัญหากันเลยดีกว่า ปัญหาก็คือว่าหลายต่อหลายครั้งที่เราไม่ต้องการให้โปรแกรมบางตัวโหลดขึ้นมาในตอนที่เข้า Windows ซึ่งอาจจะเพราะเป็นตัวไวรัส หรือเป็นโปรแกรมที่เราไม่ได้ใช้แล้ว ผมก็ใช้วิธีเหมือนที่ทุกๆคนทำล่ะครับคือไปเอาเครื่องหมายถูกหน้าตัวที่ไม่ต้องการออก เพราะบางตัวมันเป็นซากของไวรัส และบางตัวก็เป็นโปรแกรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานและทำให้เครื่องช้า


ปัญหานี่ก็จะแบ่งเป็น 2 เรื่องครับ เรื่่องแรกก็คือก็คือว่าเมื่อมีแบบนี้หลายๆตัวเข้าถึงแม้ว่าเราจะเอาเครื่องหมายถูกออกแล้วแต่เจ้าชื่อมันก็ยังอยู่เกะกะสายตาทำให้เวลาเข้าไปใน Msconfig แล้วมันตาลายครับ คือมีทั้งตัวที่ยังใช้และตัวที่ไม่ใช้แล้ว และอีกปัญหาหนึ่งคือเมื่อเรามีการเอาเครื่องหมายถูกออกแล้วเมื่อเข้า Windows ครั้งต่อไปเจ้า Windows ก้จะขึ้นหน้าต่างฟ้องขึ้นมาครับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ซึ่งตรงนี้เราสามารถที่จะติ๊กถูกเพื่อบอกว่าทราบแล้วคราวหน้าไม่ต้องเตือนแล้วนะ แต่สำหรับในการทำงานของผมบางครั้ง User ทำงานค้างอยู่ไม่สามารถที่จะ Boot เครื่องใหม่เพื่อให้มันฟ้องแล้วค่อยติ๊กถูกได้ ครั้นจะทิ้งไว้ให้มันฟ้องหลังจาก User ทำการ Boot เครื่องใหม่เองก็เจอปัญหาบ่อยๆว่า User แจ้งตามหลังมาว่ามีปัญหา Windows ขึ้นหน้าต่างอะไรมาก็ไม่รู้ทุกครั้งที่เข้า Windows เลย(ก็แล้วทำไมไม่ติ๊กถูกล่ะจะได้ไม่ต้องเตือนทุกครั้ง) จึงเป็นที่มาของการศึกษาหาทางแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง และได้พบทางออกที่ดีครับ
หลังจากเกริ่นมาซะยาวมากๆๆ มาเข้าเนื้อๆกันเลยดีกว่า เริ่มจากหน้าจอแรกเลยครับซึ่งเป็นหน้าจอของ Msconfig ที่ผมทำเพื่อยกตัวอย่างให้เห็นว่ามีโปรแกรมที่เราไม่ต้องการอยู่จำนวนหนึ่ง และได้ยกเลิกโดยทำการเอาเครื่องหมายถูกด้านหน้าออกไปแล้ว จะเห็นว่ามันยังอยู่ครับทำให้ดูแล้วเกะกะและอาจจะทำให้ตาลายได้ถ้ามีมากๆ





อย่างที่บอกไว้ข้างต้นครับว่าหลังจากเราเอาเครื่องหมายถูกออกแล้วเมื่อมีการเข้า Windows ครั้งต่อไปก้จะมีหน้าต่างเตือนขึ้นมาว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเราไม่ต้องการให้มันเตือนซ้ำอีกก็ให้ทำเครื่องหมายถูกตามที่ผมวงไว้ในรูปนะครับ







คราวนี้มาดูการแก้ปัญหากันครับ สำหรับปัญหาแรกที่ชื่อมันยังอยู่รบกวนหัวใจและสายตาถึงแม้ว่าเราจะไม่ต้องการมันแล้ว สำหรับชื่อในส่วนที่เราเอาเครื่องหมายถูกออกไปนั้นมันจะเก็บไว้ใน Registry ซึ่งเราต้องตามไปลบมันในนั้นครับ มันจะได้ไม่มารบกวนสายตาเราอีก ถึงตรงนี้ขอเตือนว่าให้แก้ไขด้วยความระมัดระวังนะครับ เพราะการแก้ไข Registry ที่ผิดพลาดอาจจะทำให้ Windows มีปัญหาได้ครับ สำหรับส่วนของ Registry ที่เราจะต้องเข้าไปจัดการลบทิ้งจะอยู่ใน
HKEY_LOCAL_MACHINESOFTWAREMicrosoftShared ToolsMSConfig ซึ่งจากในรูปจะเห็นว่ามี 2 Key คือ startupfolder และ startupreg ครับ สำหรับข้อแตกต่างของทั้ง 2 Key ก็คือโปรแกรมที่เรียกขึ้นมาจาก Start => Programs => Startup ก็จะเก็บอยู่ใน startupfolder ส่วนโปรแกรมที่มีการเรียกจากใน Registry ก็จะเก็บไว้ใน startupreg ครับ ถ้าเราแตกทั้ง 2 Key ออกมาดูก็จะเห็นว่าล้วนแล้วแต่เป็นชื่อโปรแกรมที่เราเอาเครื่องหมายถูกออกในขั้นตอนแรกนั่นล่ะครับ ซึ่งในการลบนั้นเราสามารถลบทิ้งทั้ง startupfolder และ startupreg ซึ่งผมทำแถบสีฟ้าไว้ได้เลยครับแค่นี้เจ้าชื่อพวกนั้นก็จะหายไปจาก Msconfig แล้วล่ะครับ ลองดูรูปประกอบนะครับ











คราวนี้มาดูปัญหาที่ 2 กันคือถึงแม้ว่าเราจะเอาชื่อมันออกไปแล้วแต่เมื่อเข้า Windows ครั้งต่อไปมันก็จะยังขึ้นหน้าต่างมาฟ้องอีกว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ซึ่งเราจะต้องเสียเวลามานั่งติ๊กถูกแล้ว Ok อีก มาดูวิธีการแก้ให้มันไม่ต้องฟ้องครับ สำหรับเจ้าตัวฟ้องนี้ Windows จะมีการสร้างไว้ใน Registry เช่นกันครับในส่วนของ
HKEY_LOCAL_MACHINESOFTWAREMicrosoftWindowsCurrentVersionRun ซึ่งจะเห็นว่าเป็นที่เดียวกันกับที่ใช้เรียกโปรแกรมขึ้นมาตอนเข้า Windows ซึ่งเราเพิ่งเอาบางตัวออกไปนั่นล่ะครับนั่นล่ะครับ ลองดูที่ด้านขวามือในส่วนของ Name จะเห็นว่ามีตัว Msconfig เพิ่มเข้ามาครับ ถ้าเราไม่ต้องการให้มันเตือนก็ให้ลบบรรทัดที่ว่านี้ทิ้งไปได้เลยครับ เพียงเท่านี้ Windows ของเราก็จะหุบปากเงียบไม่ฟ้องอีกแล้วล่ะครับ ผมก็จะสบายใจไม่ต้องกังวลว่า User จะแจ้งตามหลังไปว่าเครื่องมีปัญหามีหน้าต่างอะไรไม่รู้เด้งขึ้นมาตอนเข้า Windows ครับ






***สำหรับคนที่ไม่อยากเสี่ยงกับการแก้ Registry ผมได้ทำตัว Ultra_Mscon ไว้จัดการในเรื่องนี้ให้ครับ เพราะจะมานั่งแก้ Registry ทีละเครื่องก็จะเป็นการเสียเวลาเลยทำตัวนี้มาเพื่อความสะดวกครับ***

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2551




















แนะนำตัวเอง
ชื่อ-สกุล นางสาวสมัชญา โพธิ์คำ
ชื่อเล่น มุ้ย
เบอร์โทรศัพท์ 089-2822831
อีเมล์ samaschaya@gmail.com


เว็บบล็อกคือ Samaschaya.blogspot.com




    Web Hot His

  • Hunsa

  • Sanook

  • Mthai

  • Teenee
  • วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551

    ภาษาhtml

    เริ่มต้นกับ HTML
    HTML ย่อมาจากคำว่า Typertext Markup Languageเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการแสดงผลบนเว็บบราวเซอร์ในอินเตอร์เน็ตภาษา HTML แบ่งออก 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นข้อความทั่ว ๆ ไป และส่วนที่เป็นคำสั่งที่ใช้ในการกำหนดรูปแบบในการเขียน
    โครงสร้างเว็บเพจเว็บเพจทุก ๆ เว็บเพจต้องมีโครงสร้างภายใน ดังนี้
    ......... ..............................




    อินเตอร์เน็ต
    ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก เพราะสามารถทำงานได้สารพัด ตั้งแต่การจัดทำเอกสาร การช่วยทำบัญชี ไปจนถึงการดูหนังฟังเพลง เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์มีจำนวนมากขึ้น ก็ได้มีการนำมาเชื่อมโยงกันเพื่อให้เกิดการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์เป็นอย่างมากเพราะเราสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เริ่มแรกคอมพิวเตอร์ได้ถูกทำมาเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายเล็ก ๆ ภายในมหาวิทยาลัย หรือภายในองค์กร ต่อมาได้มีการนำเครือข่ายย่อย ๆ เหล่านั้นมาเชื่อมต่อกันจนเกิดเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ที่ถูกขนานนามว่า อินเตอร์เน็ต ซึ่งเชื่อมต่อมากกว่า 50 ล้านเครื่องทั่วโลก และได้มีประมาณการไว้ว่าจะเติบโตและขยายต่อไปเรื่อย ๆ โดยจะเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์มากกว่า 300 ล้านเครื่องทั่วโลกในปี 2002
    ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต
    เราสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้หลายด้าน ขึ้นกับลักษณะการใช้งานของเรา ซึ่งสามารถสรุปเป็นแนวทางได้ดังนี้สื่อสารกับผู้อื่น เราสามารถใช้อินเตอร์เน็ตสื่อสารกับผู้อื่นได้ไม่ว่าจะอยุ่ไหลเพียงใดก็ตาม ซึ่งนอกจากการส่งเป็นจดหมายอิเลคทรอนิกส์ (e-mail) การ์ดอวยพรที่มีเสียงและภาพเคลื่อนไหว หรืออาจใช้เสียง ภาพ และข้อความสื่อสารกันแบบทันทีได้ ซึ่งนอกจากจะติดต่อกับคนที่เรารู้จักอยู่แล้ว เราสามารถหาเพื่อใหม่ในอินเตอร์เน็ต และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเขาได้ด้วยแหล่งความรู้ อินเตอร์เน็ตเป็นเหมือนแหล่งความรุ้ ที่มีข้อมูลมากมายที่เราสามารถนำมาใช้ได้ ซึ่งไม่เป็นเพียงข้อความเท่านั้น แต่มีทั้งเสียง ภาพ ภาพยนตร์ แหล่งข่าวสารและความบันเทิง เราสามารถติดตามข่าวล่าสุด ดูหนังฟังเพลง และภาพยนตร์ล่าสุด
    จับจ่ายสินค้าและบริหาร อินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งจับจ่ายสินค้า และบริการมากมาย ซึ่งปัจจุบันมีบริาัทนับหมื่นที่ได้หันมาประชาสัมพันธ์ตัวเอง และให้บริการลุกค้าบนอินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชั่งโมง เราสามารถขอข้อมูลสินค้าและเปรียบเทียบราคาได้อย่างสะดวก และเมื่อชอบใจสินค้าใดก็สั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตได้เลยศูนย์รวมสารพัดโปรแกรมใช้งาน และเกม ในอินเตอร์เน็ตมีโปรแกรมใช้งาน และเกมมากมายที่เราสามารถนำมาใช้ได้ ซึ่ง มีตั้งแต่โปรแกรมประเภทฟรีแวร์ (freeware) ที่เรานำมาใช้ได้ฟรี หรือโปรแกรมประเภทแชร์แวร์ (shareware) ที่เราทดลองใช้ก่อน และซื้อมาใช้จริงหลังหมดเวลาทดลอง
    World Wide Web (WWW)
    World Wide Web (เรียกย่อ ๆ ว่าเว็บ) เป็นสิ่งที่ทำให้อินเตอร์เน็ตได้รับความนิยม จนมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไม่ต้องรุ้จักกับคำสั่งคอมพิวเตอร์ที่จดจำยาก แต่สามารถสื่อสารได้โดยการใช้ภาพ เสียง และภาพยนตร์ประกอบเนื้อหาที่เป็นข้อความ
    โฮมเพจ (Home Page)
    ในแต่ละเว็บไซต์จะประกอบด้วยเว็บเพจจำนวนหลายหน้า โดยจะมีการกำหนดเว็บเพจหน้าหนึ่งให้เป็นหน้าแรก เว็บเพจหน้านี้มีชื่อเรียกว่า "โฮมเพจ" ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกับเป็นปกหนังสือ กล่าวคือโฮมเพจเป็นทางเข้าของเว็บเพจทั้งหมดในเว็บไซต์นั้น โดยโฮมเพจจะสรุปสิ่งที่น่าสนใจในเว็บไซต์ไปจนถึงหัวข้อที่เชื่อมต่อไปยังเว็บเพจอื่น โครงสร้าง HTML
    โครงสร้างของภาษา HTML แบ่งออกได้เป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้
    <><><> ชื่อหัวเรื่อง < /TITLE >< /HEAD ><> ข้อมูลที่ต้องการแสดงผล< /BODY >< /HTML >
    1. ... เป็นคำสั่งแรกที่ต้องมีในภาษา HTML ซึ่งบ่องบอกว่านี่คือภาษา HTML โดยจะอยู่ที่จุดเริ่มต้นของเอกสารและท้ายเอกสารในแต่ละแฟ้ม2. ... เป็นส่วนกำหนดรายละเอียดหัวข้อเรือง ภายในจะมีคำสั่งย่อยอีกหนึ่งคำสั่ง3. ... โดยข้อความภายในคำสั่งนี้ให้เราใส่ชื่อหัวเรื่องเว็บเพจที่ต้องการ4. ... ส่วนนี้เป็นส่วนของเนื้อหาเว็บเพจของเรา ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ ตารางเสียง และการเชื่อมต่อไปยังเอกสารอื่น ๆ ที่จะไปแสดงผลที่เว็บบราวเซอร์
    ตัวอย่างของการใช้คำสั่ง
    <><><> ชื่อหัวเรื่อง < /TITLE >< /HEAD ><> Hello ! เห็นผมไหม?< /BODY >< /HTML >

    ">
    ">
    การขึ้นบรรทัดใหม่
    ใน HTML มีคำสั่งที่ใช้สำหรังจัดข้อความที่แสดงบนหน้าเว็บเพจได้แก่คำสั่ง
    ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
    <><><> คำสั่งขึ้นบรรทัดใหม่ < /TITLE >< /HEAD ><> Hello ! <> เห็นผมไหม?< /BODY >< /HTML >

    คำสั่งการย่อหน้าใหม่
    การย่อหน้าใหม่

    คำสั่งนี้จะมีการเว้นบรรทัดว่างให้หนึ่งบรรทัด
    ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
    <> <><> คำสั่งการย่อหน้าใหม่ < /TITLE >< /HEAD ><> Hello ! <> เห็นผมไหม?< /BODY >< /HTML >
    เส้นคั่นบรรทัด
    สร้างเส้นคั่นทางด้านแนวนอน


    การใช้เส้นคั่นทางแนวนอน ในเว็บเพจของเรา จะช่วยแบ่งเนี้อหาออกเป็นส่วน ๆ ทำให้อ่านได้ง่าย
    เส้นคั่นแบบทึบ เส้นคั่นปกติจะมีลักษณะเป็น 3 มิติ แต่ถ้าเราต้องการเส้นคั่นทึบ ให้กำหนดรูปแบบของเส้นั่นเป็นแบบ NOSHADE
    ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
    <><><> เส้นคั่นบรรทัด< /TITLE >< /HEAD ><> Hello ! <> เห็นผมไหม?
    เส้นคั่นแบบธรรมดา<>
    เส้นคั่นแบบทึบ

    < /BODY >< /HTML>


    การสร้างเว็บเพจด้วยภาษา HTML
    โดย Sorasak Sattayanuwatภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
    HTML ย่อมาจากคำว่า "HyperText Markup Language" เป็นภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมภาษาหนึ่งของคอมพิวเตอร์ ที่แสดงผลในลักษณะของเว็บเพจ ซึ่งสามารถแสดงผลได้ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าเป็นภาพกราฟิก ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง หรือการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่นๆ
    ภาษา HTML เป็นภาษาที่มีลักษณะของโค้ด กล่าวคือ จะเป็นไฟล์ที่เก็บข้อมูลที่เป็นตัวอักษรในมาตรฐานของรหัสแอสกี (ASCII Code) โดยเขียนอยู่ในรูปแบบของเอกสารข้อความ จึงสามารถกำหนดรูปแบบและโครงสร้างได้ง่าย
    การสร้างเว็บเพจ
    เราสามารถสร้างเว็บเพจได้ 2 ทาง คือ
    TextEditor โดยเราต้องรู้คำสั่งของภาษา HTML แล้วพิมพ์โปรแกรมเข้าไปทางTextEditor เช่น Notepad เป็นต้น
    ตัวช่วยสร้าง โดยใช้โปรแกรมที่มีความสามารถในการสร้างเว็บเพจโดยเราไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา HTML เพราะโปรแกรมเหล่านี้จะทำการแปลงให้เราอัตโนมัติ
    ขั้นตอนในการสร้างเว็บเพจ
    เปิดโปรแกรม TextEditor แล้วทำการพิมพ์คำสั่ง HTML แล้วเซฟเป็นไฟล์นามสกุล .htm หรือ .html
    เปิดโปรแกรม WebBrowser เพื่อใช้ในการดูผลลัพธ์ที่ได้จากการเขียนภาษา HTML จากที่ได้เขียนจาก TextEditor




    โครงสร้างภาษา HTML
    การเขียนภาษา HTML นั้นมีส่วนประกอบหลักอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นเนื้อหา และส่วนที่เป็นคำสั่ง ส่วนที่เป็นคำสั่งนั้นจะอยู่ในรูปของ Tag ซึ่งจะเขียนอยู่ในเครื่องหมาย มากกว่า และ น้อยกว่า < > แต่ละ Tag มีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะกล่าวในบทต่อไป
    Tag แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
    แท็กเดี่ยว คือ คำสั่งที่มีคำสั่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถใช้และสิ้นสุดคำสั่งได้ด้วยตัวของมันเอง เช่น
    ข้อความ....


    แท็กคู่ คือ คำสั่งที่ต้องมีส่วนเริ่มต้นและส่วนจุดจบของคำสั่งนั้นๆ โดยแท็กที่เป็นส่วนจบนั้นจะมีเครื่องหมาย slash / ติดเอาไว้ เช่น
    ส่วนของเนื้อหา .....
    ข้อความ.....

    ข้อความ....



    *** ถ้าหากมีการใช้แท็กคู่หลายๆ คำสั่ง เช่น คำสั่งตัวขีดเส้นใต้ .... และตามด้วย คำสั่ง ตัวเอียง .... จะต้องปิดคำสั่งตัวเอียงก่อน แล้วจึงจะมาปิดคำสั่งตัวหนา***
    U> ข้อความ....
    เชื่อมโยงเว็บเพจด้วย Link

    การใช้ Link นี้เองทำให้เว็บเพจแตกต่างจากเอกสารธรรมดา เพราะมันทำให้เนื้อหาในเว็บเพจสามารถตอบสนองผู้ใช้ได้โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องอ่านเนื้อหาทั้งหมดในเอกสารเว็บแต่ละหน้าแต่สามารถ Click mouse เปิดดูเฉพาะเว็บเพจที่สนใจ ในบทนี้จะกล่าวถึงการสร้าง Linkรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในเว็บเพจเข้าด้วยกัน
    ขนาดตัวอักษร
    เป็นคำสั่งที่ใช้กำหนดขนาดตัวอักษรทั้งหมดในไฟล์ให้มีค่าตามที่เรากำหนด ซึ่งขนาดตัวอักษรมีได้ตั้งแต่ 1 ถึง 7 คือ ขนาด 1 เป็นขนาดเล็กที่สุด และ ขนาด7 เป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุด
    ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
    <><><> ขนาดตัวอักษร ( Fontsize & Basefontsize )< /TITLE >< /HEAD ><> ทดลองการกำหนดขนาด BASEFONT SIZE="3"
    ทดลองการกำหนดขนาด FONT SIZE="+2"
    ทดลองการกำหนดขนาด FONT SIZE="-1"
    < /BODY >< /HTML >
    การกำหนดลักษณะตัวอักษร
    การกำหนดลักษณะตัวอัการในเว็บเพจ มีอยู่ 2 วีธี ได้แก่- แบบ Physical ที่กำหนดรูปแบบตัวอักษรอย่างเจาะจง- แบบ Logical ที่ผู้ใช้บราวเซอร์สามารถกำหนดรูปแบบตัวอักษรได้ด้วยตนเอง
    รูปแบบคำสั่ง
    แบบอักษร
    คำสั่ง
    Bold (ตัวหนา)Italic (ตัวเอน)Typewriter Text (ตัวอัการพิมพ์ดีด)Strike (ตัวขีดฆ่า)Superscript (ตัวอักษรยกขึ้น)Subscript (ตัวอัการห้อยลง)Underline (ขีดเส้นใต้ข้อความ)Blink (ตัวอักษรกระพริบ)
    ........................
    การกำหนดสีพื้น และสีตัวอักษร
    เราสามารถกำหนดสีให้กับเว็บเพจที่สร้างได้โดยมีสีให้เลือกมากกว่า 16.7 ล้านสี แต่เราควรใช้สีอย่างระมัดระวังเพราะการใช้สีที่ไม่เหมาะจะทำให้เว็บเพจของเราอ่านยาก และดูน่าปวดหัว สีที่ใช้ใน HTML นั้นเป็นค่าความเข้มระหว่างแม่สีสามสี ได้แก่ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน โดยระดับความเข้มของแต่ละสี มีค่าได้ตั้งแต่ 0-255ทำให้มีสีทั้งหมดที่เราสามารถเลือกใช้มีได้ถึง 16.7 ล้านสี
    การกำหนดสีของพื้นฉากหลัง
    เรากำหนดสีพื้น และสีตัวอักษรทั้งเว็บเพจที่แสดงได้ด้วย
    รูปแบบคำสั่ง......
    ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
    <><><>การกำหนดสีของพื้นฉากหลัง< /TITLE >< /HEAD >< bgcolor="#0000FF" text="#FFFFFF">กำหนดBACKGROUNDเป็นสีน้ำเงิน< /BODY >< /HTML >
    การแสดงผล
    กำหนดBACKGROUND เป็นสีน้ำเงิน
    การกำหนดสีของตัวอักษร
    ถ้าเราต้องการใช้ข้อความมีสีแตกต่างกันไปให้เราใช้คำสั่ง
    รูปแบบคำสั่ง......
    ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
    <><><>การกำหนดสีของตัวอักษร< /TITLE >< /HEAD >< text="#00ff00">กำหนดตัวอักษร เป็นสีเขียว< /BODY >< /HTML >

    ตัวอย่างของสี
    เราสามารถกำหนดสีได้ 2 วีธี คือ1. ใช้ชื่อของสีมาตรฐาน เช่น red blue2. ใช้รหัสเลขฐาน 16 เช่น #FF0000 #0000FF
    ตัวอย่างของเลขฐาน 16 เทียบกับสี
    color
    เลขฐาน 16
    color
    เลขฐาน 16
    color
    เลขฐาน 16
    color
    เลขฐาน 16

    FFFFFF

    B5A642

    42426F

    7093DB

    FF0000

    238E68

    5C4033

    855E42

    00FF00

    D9D919

    2F4F2F

    856363

    0000FF

    A62A2A

    4A766E

    D19275

    00FFFF

    8C7853

    4F4F2F

    238E23

    FFFF00

    A67D3D

    9932CD

    CD7F32

    000000

    5F9F9F

    871F78

    DBDB70

    70DB93

    D98719

    6B238E

    C0C0C0

    5C3317

    B87333

    2F4F4F

    527F76

    9F5F9F

    FF7F00

    97694F

    93DB70
    ขนาดตัวอักษร
    เป็นคำสั่งที่ใช้กำหนดขนาดตัวอักษรทั้งหมดในไฟล์ให้มีค่าตามที่เรากำหนด ซึ่งขนาดตัวอักษรมีได้ตั้งแต่ 1 ถึง 7 คือ ขนาด 1 เป็นขนาดเล็กที่สุด และ ขนาด7 เป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุด




    ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
    <><><> ขนาดตัวอักษร ( Fontsize & Basefontsize )< /TITLE >< /HEAD ><> ทดลองการกำหนดขนาด BASEFONT SIZE="3"
    ทดลองการกำหนดขนาด FONT SIZE="+2"
    ทดลองการกำหนดขนาด FONT SIZE="-1"
    < /BODY >< /HTML >

    วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2551

    คำถามเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

    1.บิดาแห่งคอมพิวเตอร์คนแรกคือใคร
    2.บิดาแห่งคอมพิวเตอร์คนที่สองคือใคร
    3.โปรแกรมเมอร์คนแรกคือใคร
    4.ซอพต์แวร์หมายถึง
    5.ฮาร์ดแวร์หมายถึง
    6.องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ได้แก่อะไรบ้าง
    7.คอมพิวเตอร์ที่แบ่งตามสมรรถนะขนาดและราคาแบ่งได้กี่ประเภทอะไรบ้าง
    8.คอมพิวเตอร์ที่แบ่งตามลักษณะของข้อมูลแบ่งได้กี่ประเภทอะไรบ้าง
    9.ประเภทของคอมพิวเตอร์มีกี่แบบอะไรบ้าง
    10.คอมพิวเตอร์หมายถึง
    11.ยุคของคอมพิวเตอร์มีกี่ยุค
    12.ข้อมูล(data)หมายถึง
    13.สารสนเทศหมายถึง
    14.ต้นกำเนิดของคมพิวเตอร์เมาจากอะไรบ้าง
    15..ใครเป็นผู้สร้างเครื่องคิดเลขเครื่องแรก